ดอยอ่างขาง

ดอยอ่างขาง เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาแดนลาว สูงประมาณ 1,900 ม. จากระดับน้ำทะเล ภูมิประเทศเป็นเขาหินปูนและหินดินดาน อยู่ติดกับพรมแดนพม่า จึงมีหมู่บ้านชาวเขาเผ่าต่างๆ กระจายอยู่ทั่วไป มีอากาศหนาวเย็นยาวนานเกือบตลอดปีและมีอุณหภูมิต่ำมากในฤดูหนาว จึงเหมาะสมในการจัดตั้งเป็นสถานีวิจัยพืชเมืองหนาวแห่งแรกของโครงการหลวง โดยเป็นสถานีหลักในการศึกษาวิจัยผลไม้ที่สำคัญที่สุดของประเทศ นักท่องเที่ยวนิยมมาดูขั้นตอนการปลูกการดูแล และการผลิตพืชผักเมืองหนาว ที่เรียกว่า การท่องเที่ยวเชิงเกษตรกรรม

ในช่วงฤดูหนาวประมาณเดือน ต.ค.-ก.พ. ดอกไม้พันธุ์ไม้เมืองหนาวหลายชนิด เช่น บ๊วย ท้อ นางพญาเสือโคร่ง และอื่นๆ จะออกดอกงามสะพรั่งไปทั่วดอย

ที่ตั้งและการเดินทาง ต.แม่งอน อ.ฝาง

รถยนต์ส่วนตัว เดินทางสู่ดอยอ่างขางได้สองเส้นทาง คือ เส้นทางด้าน อ.ไชยปราการ และเส้นทางด้านบ้านอรุโณทัย

ด้าน อ.ไชยปราการ ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 จากตัวเมืองเชียงใหม่ ผ่าน อ.แม่ริม อ.แม่แตง อ.เชียงดาว และ อ.ไชยปราการ ระหว่างทางจาก อ.เชียงดาวไป อ.ไชยปราการ เส้นทางค่อนข้างคดเคี้ยว เมื่อถึงหลัก กม.137 บริเวณตลาดแม่ข่า เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 1249 ไปอีก 25 กม. เส้นทางสูงชันและคดเคี้ยว หลายช่วงเป็นทางโค้งหักศอก คนขับต้องมีความชำนาญ อันตรายมากโดยเฉพาะเส้นทางลงดอยเที่ยวกลับ

ส่วนด้านบ้านอรุโณทัย ถนนลาดยางตลอดสายค่อนข้างแคบแต่คดเคี้ยวน้อยกว่าเส้นทางขึ้นด้านบ้านแม่ข่า ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 เมื่อผ่าน อ.เชียงดาว ประมาณ 6 กม. เลี้ยวซ้ายที่สามแยกเมืองงาย เข้าทางหลวงหมายเลข 1178 ผ่านบ้านเมืองงาย นาหวายจนถึงด่านตรวจของ ตชด. ที่บ้านรินหลวง หลัก กม.31 เลี้ยวขวาไปบ้านอรุโณทัย-ดอยอ่างขาง มีป้ายบอกทางชัดเจน ประมาณ 7 กม. ถึงบ้านอรุโณทัย เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1340 สภาพถนนค่อนข้างแคบ ขึ้นดอยอีก 45 กม. บริเวณหลัก กม. 30-34 ก่อนถึงบ้านหลวง ถนนจะเลียบไปตามสันเขา มีทิวทัศน์สวยงามมาก จากนั้นจะเข้าบ้านหลวง บรรจบทางหลวงหมายเลข 1249 ที่ตัดขึ้นดอยอ่างขางจากด้านบ้านแม่ข่า

รถรับจ้าง เดินทางสู่ดอยอ่างขางด้าน อ.ไชยปราการ จากเชียงใหม่ลงรถที่ตลาดแม่ข่า นั่งรถสองแถว หรือรถตู้ที่วัดหาดสำราญบริเวณบ้านแม่ข่า ลงรถที่หน้าโครงการหลวงอ่างขาง สามารถเหมาให้พาเที่ยวดอยอ่างขางและบริเวณใกล้เคียง เช่น โครงการหลวงอ่างขาง บ้านขอบด้ง จุดชมทิวทัศน์ บ้านคุ้ม บ้านนอแล เป็นต้น

หากเช่าเหมาขึ้นดอย คิดค่าเช่าทั้งวัน 1,400 บาท ค้างคืน 1,600 บาท ถ้าไปนอแลต้องเพิ่มค่าน้ำมันอีก 300 บาท ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก มีจุดกางเต็นท์พักแรมอยู่ในสวนสน ริมทางก่อนถึงทางลงไปสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง 1 กม. มีห้องน้ำสาธารณะ และก๊อกน้ำใช้ ค่าบริการ 20บาท/คน/คืน นอกจากนี้ยังมีบ้านพักหน่วยจัดการต้นน้ำแม่เผอะ ติดต่อศูนย์รวมหน่วยจัดการต้นน้ำ ถ.ห้วยแก้ว อ.เมือง โทร. 0-5321-4577 ต่อ 08 และบ้านพักของเอกชน

บริเวณหน้าโครงการหลวงอ่างขาง มีย่านร้านค้า ร้านอาหาร ร้านจำหน่ายของที่ระลึก ของชาวจีนฮ่อจำนวนมากจรกลายเป็นตลาดย่อมๆ สินค้าขึ้นชื่อ คือ โสมตังกุยสด ปลูกได้เฉพาะที่อ่างขาง ขายเป็นกิโล นักท่องเที่ยวนิยมซื้อไปตุ๋นไก่หรือหมู ใบโสมใช้ผัดเช่นเดียวกับผัก รสชาติหอมฉุน เผ็ดร้อน นอกจากนี้ยังมีชาอูหลง ชาโสม ชาสมุนไพร และกำไลถักฝีมือชาวมูเซอ ส่วนร้านอาหารรสชาติดีคือร้านไก่ย่างโสมตังกุย อยู่ใกล้ลานจอดรถ อาหารจานเด็ดคือ ใบโสมผัด ไก่ย่างอบโสม ใกล้กันมีร้านจีนฮ่ออิสลาม ขายก๋วยเตี๋ยวแกงคล้ายข้าวซอย ซาลาเปาแบบยูนนาน ไส้หมูและไส้ถั่วดำ

ประวัติ พ.ศ.2512 เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง เพื่อทรงเยี่ยมราษฎรชาวไทยภูเขาเผ่ามูเซอแดง บ้านห้วยผักไผ่ ต.ม่อนปิน อ.ฝาง ทอดพระเนตรเห็นบริเวณอ่างขางซึ่งเป็นหุบเขามีอากาศหนาวเย็น แต่ชาวไทยภูเขาแถบนั้นตัดไม้ทำลายป่าจนโล่ง ทั้งยังปลูกต้นฝิ่นออกดอกพราวไปทั้งดอย สภาพพื้นที่เช่นนี้หากมีการพัฒนาจะสามารถปลูกพืชเมืองหนาวได้ดี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ซื้อที่ดินในบ้าน คุ้มประมาณ 10 ไร่ ในราคา 1,500 บาท สำหรับจัดตั้งเป็นสถานีวิจัยพืชเมืองหนาว และขยายมาเป็น 350 ไร่ ในปัจจุบัน

สิ่งน่าสนใจ
สถานีเกษตรโครงการหลวงอ่างขาง
ที่นี่เป็นสถานที่ทดลองพันธุ์ไม้เมืองหนาวชนิดต่างๆ ทั้งไม้ดอกไม้ประดับ และพืชผักผลไม้ โดยในระยะแรกทำการทดลองปลูกท้องแอปเปิ้ล สาลี่ บ๊วย ต่อมาจึงทดลองปลูกกีวีฟรุต สตรอเบอรี พลับ รัสเบอรี่ อโวคาโด เสาวรส และอื่นๆ ส่วนผักเมืองหนาวมีทั้งผักกาดแก้ว ปวยเล้ง เห็ดหอม แครอต แรดิช อาติโชก กะหล่ำม่วง ไม้ดอก เช่น ลิลลี่ กุหลาบ เยอบีรา และอีกหลายสิบชนิด จึงเหมาะที่จะขึ้นไปท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวซึ่งดอกไม้จะบานเต็มหุบเขา

ภายในสถานวิจัยยังมีบริเวณที่น่าสนใจหลายแห่ง เช่น
-สวนบอนไซและพรรณไม้เขตกึ่งร้อนและหนาว จัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2530 โดย ม.จ.ภีศเดช รัชนี ทรงเห็นว่าภูมิประเทศแถบนี้มีหินปูนโผล่ขึ้นจากดินกระจายอยู่คล้ายภูเขาย่อ ส่วน จึงนำพรรณไม้ทั้งที่เป็นพรรณไม้ท้องถิ่นและพรรณไม้ต่างประเทศ มาจัดวางให้เป็นหมวดหมู่สวยงาม เช่น สนบอนไซต่างประเทศ ปรงแคระ ต้นหางจระเข้จากทวีปแอฟริกา ต้นแมกโนเลีย เมเปิ้ลหอม แปะก้วยหรือกิงโก ฯลฯ ให้ได้ชมกัน รวมทั้งมีพืชเฉพาะถิ่นหายากหลายชนิด เช่น เฟินข้าหลวงอ่างขาง ต้นหูเสือหมอคาร์ มีลำต้นและดอกคล้ายต้นแอฟริกันไวโอเล็ต เป็นต้น

-สวนสมุนไพรชาวเขา ที่น่าสนใจ เช่น สบู่เลือด ไม้เลื้อยที่มีส่วนหัวสะสมอาหารขนาดใหญ่ น้ำยางสีแดงคล้ายเลือด ใช้บำรุงกำลัง จะค้านหัววอก พืชจำพวกพริกไทยที่ชาจีนฮ่อใช้แก้อาการอ่อนเพลีย ม้าสามต๋อนใช้บำรุงกำลัง และยังมีสมุนไพรอีกสารพัด ชนิดที่มีถิ่นกำเนิดในบริเวณเทือกเขาแถบนี้

บ้านคุ้ม เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่รอบสถานีเกษตรฯ ประกอบไปด้วยคนหลายเชื้อชาติ เช่น ไทยใหญ่ พม่า และจีนฮ่อซึ่งตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นี่มานานแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นร้านค้าและที่พักเพื่อให้บริการแก่นักท่องเที่ยว มีทั้งที่เป็นตึกแถวและหลังคาทรงสามเหลี่ยม

บ้านขอบด้ง เป็นหมู่บ้านชาวเขาเผ่ามูเซอดำ (ลาหู่นะ) อยู่ห่างจากสถานีเกษตรฯ ประมาณ 3 กม. แต่เดิมชาวลาหู่นะถือผีหรือเทวดา ชื่อว่า “กือซา” สามารถบันดาลความสุขหรือความทุกข์แก่มนุษย์ได้ ต่อมาเปลี่ยนไปถือศาสนาคริสต์หรือพุทธบ้าง สมัยก่อนชาวลาหู่นะปลูกข้าวไร่และพืชผลต่างๆ รวมถึงฝิ่น ปัจจุบันได้รับการส่งเสริมให้ปลูกสตรอเบอรี่ ซึ่งทำรายได้ดีกว่าการปลูกฝิ่นมาก ชาวลาหู่นะยังมีฝีมือในการถักกำไลจากหญ้า “ชิ” หรือ “ชิปุแค” ซึ่งแต่ละวงมีสีสันและลวดลายไม่เหมือนกันเลย ถือเป็นศิลปะแบบดั้งเดิมที่น่าสะสม ที่บ้านขอบด้งยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ฉายแสงแรกของวันที่มีความสวยงามอีกด้วย

บ้านนอแล อยู่ห่างจากสถานีเกษตรฯ ประมาณ 7 กม. เป็นหมู่บ้านของชาวเขาเผ่า “ปะหล่อง” อยู่บริเวณชายแดนไทย-พม่า โดยอพยพอยู่ตั้งแต่ปี พ.ศ.2527

“ปะหล่อง” เป็นชื่อที่ชาวไทยใหญ่ใช้เรียก แต่พวกเขาเรียกตัวเองว่า “ดาระอั้ง” นับถือทั้งผีและพุทธปะปนกัน มีภาษาพูดของตนเอง แต่ไม่มีภาษาเขียน ติดต่อกับคนนอกเผ่าด้วยภาษาไทยใหญ่ลักษณะเด่นของชาวเขาเผ่านี้คือ ผู้หญิงทั้งเด็ก สาว และคนชรา จะสวมห่วงที่ทำจากหวายชุบยางรักจนเป็นมันวาว หรือห่วงโลหะไว้ที่เอวตลอดเวลาทั้งยามทำงาน เข้าป่า หรือนอน โดยใช้เชือกผูกรั้งไว้กับบ่า

ปัจจุบัน “ปะหล่องนอแล” ได้รับการส่งเสริมจากสถานีเกษตรฯ ให้ปลูกพืชผักเมืองหนาว โดยเฉพาะกุหลาบ นักท่องเที่ยวสามารถชมและเลือกซื้อได้

ดูนกบนอ่างขาง ด้วยพื้นที่ที่เป็นภูเขาสูง ประกอบด้วยทุ่งกสิกรรม ป่าดงดิบ ป่าเต็งรัง ป่าสนเขา ดอยอ่างขางจึงพบนกหลากหลายชนิด ทั้งที่เป็นนกประจำถิ่น เช่น นกปรอดภูเขา นกกางเขนน้ำหัวขาว นกปากนกแก้วอกลาย หรือนกอพยพในช่วงฤดูหนาว เช่น นกอีเสือหลังแดง นกเดินดงชนิดต่างๆ ถ้าไปช่วงดอกซากุระบานจะพบนกกินปลีหางยาวคอสีฟ้า และนกแว่นตาขาวได้ง่ายๆ เพราะนกจะมากินน้ำหวานจากดอกซากุระ

สถานที่ดูนกที่น่าสนใจคือ บริเวณทางเดินหลังหน่วยจัดการต้นน้ำแม่เผอะ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง นอกจากนี้ตามป่าเล็กๆ หรือไร่ท้อข้างทาง ก็มีนกหลายชนิดให้ดูอีกด้วย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s